กาเฟอีนเป็นสารออกฤทธิ์เร็ว เพียง 5 นาทีจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และในเวลา 20-30 นาที ก็จะถูกส่งไปสมองพร้อมออกฤทธิ์ หลังจากออกฤทธิ์สูงสุดมันจะเริ่มลดระดับลงช้าๆ แต่เมื่อผ่านไป 3-6 ชั่วโมง ฤทธิ์จะคงอยู่ครึ่งหนึ่ง จากการศึกษาพบว่ากาเฟอีนช่วยยืดเวลาการทำงานของกล้ามเนื้อให้ยาวออกไปได้ แต่กาแฟที่สกัดกาเฟอีนออกไม่มีฤทธิ์ดังกล่าว นอกจากนี้กาแฟยังช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันที่สะสมให้กลายเป็นพลังงาน
แต่ที่ต้องระวังคือ กาแฟลดความสามารถในการประสานการทำงานของกล้ามเนื้อนิ้วมือ ทำให้การใช้นิ้วมือมีประสิทธิภาพลดลง
หากได้รับกาเฟอีนในปริมาณครั้งละ 200-500 มิลลิกรัม อาจทำให้ปวดศีรษะ เกิดภาวะเครียด กระวนกระวาย มือสั่น และประสิทธิภาพการทำงานลดลง หากได้รับกาเฟอีนประมาณ 1,000 มิลลิกรัม อาจทำให้ผู้บริโภคมีไข้สูง วิตกกังวล กระสับกระส่าย พูดกระตุกกระตัก ควบคุมตัวเองไม่ได้ ซึมเศร้า นอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะบ่อย
ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนอาจส่งผลให้กระดูกบางลงหากดื่มกาแฟปริมาณมากใน ระยะยาว ส่วนในหญิงตั้งครรภ์นั้นการดื่มกาแฟปริมาณมากเกินไปอาจเกิดผลเสียรุนแรงถึง ขั้นแท้งบุตรได้
ดื่มกาแฟขณะตั้งครรภ์ส่งผลต่อการแท้งบุตร ในต่างประเทศมีการศึกษาวิจัยว่าการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น ช็อกโกแลต โกโก้ ชา น้ำอัดลม ที่มีกาเฟอีนเกินกว่า 200 มิลลิกรัมต่อวัน (หรือประมาณกาแฟ 2 ถ้วยต่อวัน) อาจส่งผลให้เกิดการแท้งบุตรได้ถึงร้อยละ 25 ซึ่งมากกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรเพียงร้อยละ 12 การศึกษานี้กระทำในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์จำนวน 1,063 ราย

ปริมาณกาเฟอีนในอาหารและเครื่องดื่มชนิดต่างๆ
ต่อปริมาณเครื่องดื่ม 12 ออนซ์ (360 ซี.ซี.) มิลลิกรัม
Red Bull กระทิงแดง (8.2 ออนซ์) 80.0
เป๊ปซี่ 55.5
เมาท์เทนดิว 55.0
ไดเอทโค้ก 45.6
เป๊ปซี่ทวิสต์ 37.5
ไดเอทเป๊ปซี่/ไดเอทเป๊ปซี่ทวิสต์ 36.0
โคคา-โคล่า 34.0
โค้กวานิลลา/ไดเอทโค้กเชอร์รี่/โค้กกลิ่นมะนาว 34.0
ชาเย็น เนสที 26.5
ชาเขียวลิปตัน 23.0
ชาลิปตันทุกชนิด 9
สไปร์ท/เซเว่นอัพ 0
เอแอนดับบลิวรูทเบียร์ 0
กาแฟเอสเปรสโซ่(2 ออนซ์) 100
กาแฟสำเร็จรูป 65-100
ชาเย็น 47
ชาสำเร็จรูป 30
ชาเขียว 15
โกโก้ร้อน 14
กาแฟสกัดกาเฟอีน 3-4
กาแฟสำเร็จรูปสกัดกาเฟอีน 2-3
ที่มา: National Soft Drink Association,US Food and Drug Administration
ข้อควรระวังสำหรับการดื่มกาแฟ
-จากการศึกษาพบว่ากาแฟไม่เกิน 6 ถ้วยต่อวัน ไม่มีผลต่อความดันเลือดในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การดื่มกาแฟวันละ 2 ถ้วยเป็นปริมาณที่ปลอดภัยที่สุด และควรดื่มพร้อมอาหารเช้าเพื่อให้สดชื่น
การดื่มกาแฟพร้อมสูบบุหรี่ทำให้ความดันสูงได้ถึงขั้นเป็นอันตรายสำหรับผู้ป่วยที่เป็นความดันสูงอยู่แล้ว
-คนที่ดื่มกาแฟจะมีระดับโคเลสเตอรอลสูงกว่าคนที่ไม่ดื่ม โดยเฉพาะผู้หญิงจะมีโคเลสเตอรอลสูงกว่าผู้ชาย
-ผู้ที่ดื่มกาแฟ 5 ถ้วยขึ้นไปต่อวันมีโอกาสเป็นโรคหัวใจมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มถึง 3 เท่า (ในชาย) และ 2.5 เท่า (ในหญิง)
-กาแฟกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะ ผู้เป็นโรคกระเพาะควรหลีกเลี่ยง
-ในผู้หญิงบางรายกาแฟสามารถกระตุ้นอาการวิตกกังวลได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น